วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง

การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง


      ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา เทคโนโลยีนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย 
              การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง การใช้เทคโนโลยีมีประโยชน์มากมายอยู่ที่ว่าพวกเราจะใช้ให้ถูกทางหรือเปล่า การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวมีดังนี้ 1. ใช้ในการสื่อสารพูดคุย facebook กับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อน 2. ใช้ในการสั่งซื้อสินค้าให้กับครอบครัวของเรา 3. การเปิดดูรายการย้อนหลังในยูทูป 4. การศึกษาหารู้และหาข้อมูลสิ่งต่างๆ ที่เราอยากรู้ อยากเห็น 5. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศ 6. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และประมวลผลสารนิเทศ 7. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมาในแต่ละวัน 8. ดูแผนที่ 9. การเล่นเกมส์ 10. การหางานต่างๆ 11. การแชร์รูปภาพ 12. การโปรโมทสินค้าของครอบครัว 13.การหาสถานที่ท่องเที่ยว 14. การตรวจสอบสภาพอากาศ การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวของตนเอง การใช้เทคโนโลยีมีประโยชน์มากมายอยู่ที่ว่าพวกเราจะใช้ให้ถูกทางหรือเปล่า การใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในครอบครัวมีดังนี้ 1. ใช้ในการสื่อสารพูดคุย facebook กับพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อน 2. ใช้ในการสั่งซื้อสินค้าให้กับครอบครัวของเรา 3. การเปิดดูรายการย้อนหลังในยูทูป 4. การศึกษาหารู้และหาข้อมูลสิ่งต่างๆ ที่เราอยากรู้ อยากเห็น 5. ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทางระหว่างประเทศ 6. ช่วยให้สามารถจัดระบบอัตโนมัติเพื่อการเก็บ เรียกใช้และประมวลผลสารนิเทศ 7. ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาศาล ซึ่งผลิตออกมาในแต่ละวัน 8. ดูแผนที่ 9. การเล่นเกมส์ 10. การหางานต่างๆ 11. การแชร์รูปภาพ 12. การโปรโมทสินค้าของครอบครัว 13.การหาสถานที่ท่องเที่ยว 14. การตรวจสอบสภาพอากาศ 



ที่มา : http://www2.eduzones.com/moobo/78858

เทคโนโลยี 3G

เทคโนโลยี 3G

เทคโนโลยี 3G คือ

3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูปและอินเทอร์เน็ต 3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อ เนื่องจากยุคที่ 2 และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง แล ะ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น

ยุค 1G เป็นยุคแรกของการพัฒนาระบบโทรศัพท์แบบเซลลูลาร์ การรับส่งสัญญาณใช้วิธีการมองดูเลตสัญญาณอะนาล็อกเข้าช่องสื่อสารโดยใช้ การแบ่งความถี่ออกมาเป็นช่องเล็ก ๆ ด้วยวิธีการนี้มีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนช่องสัญญาณ และการใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงติดขัดเรื่องการ ขยายจำนวนเลขหมาย และการขยายแถบความถี่ ประจวบกับระบบเครื่องรับส่งสัญญาณวิทยุกำหนดขนาดของเซล และความแรงของสัญญาณ เพื่อให้เข้าถึงสถานีเบสได้ ตัวเครื่องโทรศัพท์เซลลูลาร์ยังมีขนาดใหญ่ ใช้กำลังงานไฟฟ้ามาก ในภายหลังจึงเปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตอล และการเข้าช่องสัญญาณแบบแบ่งเวลา โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ 1G จึงใช้เฉพาะในยุคแรกเท่านั้น

ยุค 2G เป็นยุคที่พัฒนาต่อมาโดยการเข้ารหัสสัญญาณเสียง โดยบีบอัดสัญญาณเสียงในรูปแบบดิจิตอล ให้มีขนาดจำนวนข้อมูลน้อยลงเหลือ เพียงประมาณ 9 กิโลบิตต่อวินาที ต่อช่องสัญญาณ การติดต่อจากสถานีลูก หรือตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่กับสถานีเบส ใช้วิธีการสองแบบคือ TDMA คือการแบ่งช่องเวลาออกเป็นช่องเล็ก ๆ และแบ่งกันใช้ ทำให้ใช้ช่องสัญญาณความถี่วิทยุได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกมาก กับอีกแบบหนึ่งเป็นการแบ่ง การเข้าถึงตามการเข้ารหัส และการถอดรหัสโดยใส่แอดเดรสหมือน IP เราเรียกวิธีการนี้ว่า CDMA - Code Division Multiple Access ในยุค 2G จึงเป็นการรับส่งสัญญาณโทรศัพท์แบบดิจิตอลหมดแล้ว

ยุค 2.5G การสื่อสารไร้สายยุค 2.5G ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี ในระดับ 2G แต่มีประสิทธิ - ภาพด้อยกว่ามาตรฐาน การสื่อสารไร้สายยุค 3G โดยเทคโนโลยียุค 2.5G สามารถให้บริการรับส่งข้อมูล แบบแพคเก็ตที่ความเร็วระดับ 20 – 40 Kbps ในทางปฏิบัติ เทคโนโลยีจีพีอาร์เอสนับเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายในระดับ 2.5G

ยุค 3G เป็นยุคแห่งอนาคตอันใกล้ โดยสร้างระบบใหม่ให้รองรับระบบเก่าได้ และเรียกว่า Universal Mobile Telecommunication Systems (UMTS) โดยมุ่งหวังว่า การเข้าถึงเครือข่ายแบบไร้สาย สามารถกระทำได้ด้วยอุปกรณ์หลากหลาย เช่น จากคอมพิวเตอร์ จากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ระบบยังคง ใช้การเข้าช่องสัญญาณเป็นแบบ CDMA ซึ่งสามารถบรรจุช่องสัญญาณเสียงได้มากกว่า แต่ใช้แบบแถบกว้าง (wideband) ในระบบนี้จึงเรียกอีก อย่างหนึ่งว่า WCDMA 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัทบางบริษัทแยกการพัฒนาในรุ่น 3G เป็นแบบ CDMA เช่นกัน แต่เรียกว่า CDMA2000 กลุ่มบริษัทนี้พัฒนารากฐานมาจาก IS95 ซึ่งใช้ในสหรัฐอเมริกา และยังขยายรูปแบบเป็นการรับส่งในช่องสัญญาณที่ได้อัตราการรับส่งสูง (HDR-High Data Rate) การพัฒนาในยุคที่สาม นี้ยังต้องการความเกี่ยวโยงกับการใช้งานร่วมในเทคโนโลยีเก่าอีกด้วย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงให้ใช้งานได้ทั้งแบบ 1G และ 2G โดยเรียกรูป แบบใหม่เพื่อการส่งเป็นแพ็กเก็ตว่า GPRS – General Packet Radio Service ซึ่งส่งด้วยอัตราความเร็วตั้งแต่ 9.06, 13.4, 15.6 และ 21.4 กิโลบิตต่อวินาที โดยในการพัฒนาต่อจาก GPRS ให้เป็นระบบ 3G เรียกระบบใหม่ว่า EDGE - (Enhanced Data Rate for GSM Evolution)

เทคโนโลยีในยุคที่ 3 เรื่องความเร็วในการรับ - ส่งข้อมูล โดยเน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง ทำให้สามารถใช้บริการ Multimedia ได้อย่าง สมบูรณ์แบบ และ มีประสิทธิภาพแบบมากยิ่งขึ้น เช่น การรับ - ส่ง File ขนาดใหญ่, การใช้บริการ Video Conference, Download เพลง, ดู TV ในลักษณะแบบ Streaming เป็นต้น สำหรับประเทศไทย ปี 2549 นี้ เป็นปีที่จะพยายามเข้าสู่ยุค 3G แต่สำหรับต่างประเทศโดย เฉพาะประเทศญี่ปุ่นได้เลยยุค 3G มาแล้ว

ผู้เรียบเรียง : นาย สิทธิพร ไชยพงษ์http://www.med.cmu.ac.th


ความเป็นมา

ความเป็นมา

มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม(Third Generation Mobile Network หรือ 3G) เป็นเทคโนโลยียุคถัดมาจากการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สอง หรือ 2G ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ในยุคของโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G มีมาตรฐานที่สำคัญที่มีการนิยมใช้งานอยู่ทั่วโลกอยู่ 2 มาตรฐาน กล่าวคือ

มาตรฐาน GSM (Glo balSystems Mobile Communication)อันเป็นมาตรฐานของกลุ่มสหภาพยุโรปปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกสูงที่สุด

CDMA (Code Division Multiple Access) อันเป็นมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นลำดับที่สองจุดมุ่งหมายของการพัฒนา มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ขึ้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานระบบสื่อสารส่วนบุคคล (Personal Communication) ในลักษณะไร้พรมแดน(GlobalCommunication)

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ช้บริการสามารถนำเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้งานที่ใดๆก็ได้ทั่วโลกที่มีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวและยังเป็นยุคของการนำมาตรฐานสื่อสารดิจิตอลสมบูรณ์แบบมาใช้รักษาความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น บริการส่งข้อความแบบสั้น(ShortMessageServiceหรือSMS) และการเริ่มต้นของยุคสื่อสารข้อมูลผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกโดยมาตรฐาน GSMและCDMA

ตอบสนองความต้องการสื่อสารข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงสุด9,600บิตต่อวินาที ซึ่งถือว่าเพียงพอเมื่อเปรียบเทียบด้วยอัตราเร็วของการสื่อสารผ่านโมเด็ม ในเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเมื่อกว่าสิบปีก่อน


ผู้เรียบเรียง : นาย จักรกรฤษณ์ แก้วไพฑูรย์ที่มา  
ารสารคอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ อิเลคทรอนิกส์
ฉบับที่ 272 มกราคม-เมษายน 2548


คุณสมบัติหลัก

ความน่าสนใจ

จากการที่ 3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่าง รวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถ ให้บริการระบบเสียง และ แอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่อง เล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็น แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น 3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่ เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็ค ข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่า ใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และ ใช้บริการข้อมูลต่างๆ

เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าว บันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว “Always On”

คุณสมบัิติหลัก

มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการ เสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบ ทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของ อุปกรณ์ สื่อสารอื่น เช่น Palmtop, Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC

มาตรฐานหลัก

มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการเปิดให้บริการ Non-voice อย่างเต็มรูปแบบ พร้อม ทั้งยังคงรักษาคุณภาพในการให้บริการ Voice ด้วยระดับคุณภาพที่ดีกว่าหรือทัดเทียมในยุค 2G จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3Gขึ้น โดยมีมาตรฐานสำคัญอยู่ 2 ประเภทคือ
  • มาตรฐาน UMTS (Universal Mobile Telecommunications Service) เป็นมาตรฐานที่ ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้นำไปพัฒนาจากยุค 2G ไปสู่ ยุค 3G อย่างเต็มตัวโดยเทคโนโลยีหลักที่มีการยอมรับการใช้งานทั่วโลกคือ W-CDMA (Wideband Code Division Multiple Access )
  • มาตรฐาน cdma2000 เป็นการพัฒนาเครือข่าย CDMA ให้รองรับการสื่อสารในยุค 3G รับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีหลักคือ cdma2000-3xRTT ที่ศักยภาพเทียบเท่า มาตรฐาน W-CDMA

ผู้เรียบเรียง : นาย จักรกรฤษณ์ แก้วไพฑูรย์ที่มา   วารสารคอมพิวเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ อิเลคทรอนิกส์
ฉบับที่ 272 มกราคม-เมษายน 2548

บริการต่างๆของ Google


 

ชื่อ
ชื่ออังกฤษ
รายละเอียดย่อ
Google Search
เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต มีให้บริการมากกว่า 100 ภาษา
Google Groups
บริการเว็บบอร์ด และสร้างเว็บไซต์ของกลุ่ม
Google Image Search
บริการค้นหารูปภาพออนไลน์
Google Calendar
บริการปฏิทินและจดวันนัดหมาย
Gmail
บริการอีเมล
Google Zeitgeist
บริการเปิดให้ดูคำค้นหา คำนิยม รูปแบบ และแนวโน้มในการค้นหาผ่านกูเกิลเสิร์ช
Google Docs
บริการใช้งานซอฟต์แวร์สำนักงานรวมถึง เวิร์ด สเปรดชีต พรีเซนเตชัน ให้ผู้ใช้สามารถได้ฟรีออนไลน์ โดยเพิ่มเติมความสามารถในการแชร์และให้ผู้ใช้หลายคนสามารถแก้ไขไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้โดยผู้ใช้ โดยเริ่มพัฒนาจากซอฟต์แวร์ ไรต์รี (Writely) และ กูเกิล สเปรดชีตส์ (Google Spreadsheet) เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 17 กันยายน พ.ศ. 2550
Google Translate
บริการแปลข้อความผ่านเว็บไซต์ รวมถึงแปลเว็บไซต์ทั้งหน้า
Blogger
บริการเขียนบล็อก
Blog Search
บริการค้นหาบล็อก
Picasa
เว็บไซต์เก็บภาพ ใช้งานคู่กับซอฟต์แวร์ปีกาซา
Google Page
บริการสร้างเว็บไซต์
Google Maps
บริการแผนที่ ค้นหาที่อยู่ ค้นหาธุรกิจและร้านอาหาร
YouTube
บริการแชร์วิดีโอ
Google Video
บริการค้นหาวิดีโอออนไลน์
Google Webmaster
ให้บริการเครื่องมือสำหรับเว็บมาสเตอร์ ตรวจสอบเว็บไซต์ ค้นหาดัชนีการค้นหาผ่านกูเกิล ตรวจสอบโรบอตไฟล์
Google Scholar
บริการค้นหาวารสาร หนังสือ สิ่งตีพิมพ์ทางวิชาการ
Google Sky
ดูดาว และระบบสุริยะจักรวาลผ่านเว็บไซต์
Google Directory
ค้นหาข้อมูลตามหมวดหมู่ ข้อมูลจาก ดีมอซ
Orkut
เครือข่ายสังคมออนไลน์ลักษณะคล้ายกับ ไฮไฟฟ์ และเฟซบุ้ก ออกแบบโดยวิศวกรกูเกิลชาวตุรกี ออร์กัต บือยืกเคิกเทน (Orkut Büyükkökten) เปิดใช้งานเมื่อ มกราคม 2547
Google AdSense
ให้บริการโค้ดสำหรับติดตั้งโฆษณาบนเว็บไซต์ ทำงานคู่กับแอดเวิรดส์
Google AdWords
บริการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ที่ติดตั้งแอดเซนส์
Google Analytics
บริการนับสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ พร้อมระบบวิเคราะห์ผู้ใช้งาน
Google Apps
บริการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการของกูเกิลผ่านทางชื่อโดเมนส่วนตัว โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้เช่น จีเมล แคเลนเดอร์ ทอล์ก ด็อกส์ โดยมีการให้บริการทั้งฟรีและเสียเงิน
iGoogle
ในชื่อเดิม เพอร์เซอนอลไลส์ ให้บริการทำหน้าเริ่มต้นในการเข้าชมเว็บไซต์ โดยสามารถนำเว็บฟีดและแกเจ็ต จากเว็บอื่นมารวมได้


โดยบริการที่อยู่ในขั้นทดลอง จะเปิดให้ใช้งานโดยจะมีคำว่า "Beta" อยู่ภายใต้โลโก้นั้นซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกูเกิลแล็บส์ (Google Labs)
 :http://www.google.co.th/intl/th/about/company/products/

FTp (file transfer protocol)

FTP คืออะไร
     FTP ย่อมาจาก File Transfer Protocol คือ โปรโตคอลเครือข่ายชนิดหนึ่ง ถูกนำใช้ในการถ่ายโอนไฟล์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างการถ่ายโอนไฟล์ระหว่าง ไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่าย เรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือ เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้การถ่ายโอนไฟล์ง่ายและปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้ FTP ที่พบบ่อยสุด ก็เช่น การดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต ความสามารถในการถ่ายโอนไฟล์ ทำให้ FTP เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่สร้างเว็บเพจ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ โดยที่การติดต่อกันทาง FTP เราจะต้องติดต่อกันทาง Port 21 ซึ่งก่อนที่จะเข้าใช้งานได้นั้น จะต้องเป็นสมาชิกและมีชื่อผู้เข้าใช้ (User) และ รหัสผู้เข้าใช้ (password) ก่อน และโปรแกรมสำหรับติดต่อกับแม่ข่าย (server) ส่วนมากจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น โปรแกรม Filezilla,CuteFTP หรือ WSFTP ในการติดต่อ เป็นต้น
FTP แบ่งเป็น 2 ส่วน
1. FTP server  เป็นโปรแกรมที่ถูกติดตั้งไว้ที่เครื่องเซิฟเวอร์ ทำหน้าที่ให้บริการ FTP หากมีการเชื่อมต่อจากไคลแอนเข้าไป
2. FTP client  เป็นโปรแกรม FTP ที่ถูกติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของ user ทั่วๆไป ทำหน้าที่เชื่อมต่อไปยัง FTP server และทำการอัพโหลด ,ดาวน์โหลดไฟล์ หรือ จะสั่งแก้ไขชื่อไฟล์, ลบไฟล์ และเคลื่อนย้ายไฟล์ก็ได้เช่นกัน
ความสำคัญของ FTP
     โดยปกติเมื่อเราต้องการทำเว็บไซต์ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องนึกถึงและขาดไม่ได้คือ Hosting หรือ Server ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก การที่เว็บไซต์ของเราสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีหยุดนั้น ก็เพราะ Hosting ไม่เคยปิดนั่นเอง ส่วนการสร้างเว็บไซต์เกิดจากการเขียน Code โปรแกรม ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษา HTML PHP ASP , ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องนำไฟล์ที่เราเขียนเสร็จเรียบร้อยไปใส่บน Hosting เพื่อสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน แต่ด้วยหนทางที่อยู่ไกลกันระหว่างเรากับ Hosting ที่เราขอใช้บริการไว้ เราจึงต้องใช้เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ ในการโอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา กับ Hosting ซึ่งเทคโนโลยีนั้นคือ FTP นั่นเอง

ข้อมูลอ้างอิง
http://com.d-ja.com
http://th.easyhostdomain.com
http://simplemachines.in.th

E-mail....

 E-mail........

             อีเมล (e-mail) หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ คือ บริการที่ทำให้มนุษย์สามารถรับส่งข้อมูลข่าวสารได้ง่ายกว่า เมื่อ 100 ปีก่อนมาก ผู้ส่งเพียงแต่พิมพ์ข้อความลงในคอมพิวเตอร์ แล้วส่งไปถึงอีเมลของผู้รับ เมื่อผู้รับเปิดอ่านอีเมล ก็จะเข้าใจสิ่งที่ผู้ส่งต้องการสื่อความหมาย นักคอมพิวเตอร์รู้จักการใช้ประโยชน์จากอีเมลมากกว่าผู้ใช้ทั่วไปหลายด้าน เพราะอีเมลเสมือนสิ่งที่ระบุการมีตัวตนของมนุษย์ในโลกไซเบอร์ (Cyber World) มีบริการมากมาย ที่ต้องใช้อีเมลในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้
             กรมการปกครอง ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จึงเปิดบริการฟรีอีเมล บนเว็บไซต์ khonthai.com ชาวไทยทุกคนสามารถขอใช้อีเมลได้ฟรี และได้รับ เลขบัตรประชาชน@khonthai.com เช่นp3520300266740@khonthai.com สำหรับรหัสผ่าน (Password) หรือ รหัสบุคคล (Pin Code) สามารถขอได้จากฝ่ายทะเบียนฝ่ายทะเบียนราษฏร สำนักทะเบียนอำเภอ / เขต / เทศบาล ทุกแห่งทั่วประเทศ ทุกภาคเรียนผู้เขียนจะมอบหมายให้นักศึกษาในชั้นเรียนไปขออีเมลจากสำนักงานดังกล่าว แล้วใช้ส่งโครงงานด้วยอีเมลของตนเอง ถึงผู้เขียน ซึ่งถือเป็นงานชิ้นเล็กที่ทุกคนต้องทำให้ได้
             ยังมีฟรีอีเมลที่น่าสนใจ เช่น hotmail.com หรือ yahoo.com ซึ่งมีบริการเสริมมากมาย แต่ต้องติดตั้งโปรแกรม messenger ซึ่งดาวน์โหลดฟรีได้จากผู้ให้บริการ ทำให้เห็นภาพคู่สนทนาผ่านกล้อง Web Cam และใช้เสียงผ่าน Microphone จึงสามารถสนทนากับเพื่อน หรือญาติ ที่นั่งใช้คอมพิวเตอร์ และใช้โปรแกรมเดียวกันจากที่ใด ๆ ในโลก รวมทั้งการสนทนาผ่านแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ และส่งแฟ้มเอกสารระหว่างคู่สนทนาไปพร้อม ๆ กันได้ บริการนี้สามารถนำมาประยุกต์เพื่อสอนนักศึกษา (e-Learning) หรือประชุมทางไกล (Video Conference) ผู้เขียนเคยทดสอบสนทนากับเพื่อนในอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้ง ด้วย MSN Messenger (thaiall@hotmail.com) โดยเฉพาะเพื่อนที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ADSL 
            อีเมลอาจเป็นดาบสองคมได้ ถ้าไม่รู้จักใช้ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือใช้ละเมินสิทธิของผู้อื่น ก็อาจติดคุกได้ เช่น ข่าวการเผยแพร่ภาพอนาจารของแฟนสาว ด้วยการส่งอีเมลที่แนบแฟ้มภาพอันไม่เหมาะสมให้กับเพื่อนในอินเทอร์เน็ต เพื่อลงโทษแฟนสาวที่บอกเลิกตน เมื่อแฟนสาวแจ้งความ หนุ่มผู้ใช้อีเมลในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ในฐานะที่ทำให้เรื่องควรเก็บไว้ระหว่างคน 2 คน ถูกเผยแพร่ และก่อความเสียหายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ประกอบการบางรายใช้ประโยชน์จากอีเมล เพื่อการค้าขาย (e-Commerce) โดยพัฒนาเว็บไซต์อย่างง่าย ๆ มีค่าใช้จ่ายไม่เกินปีละ 1,000 บาท แล้วนำภาพสินค้า บริการ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับธุรกิจของตนไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้าได้รู้จักสินค้า หรือ เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายนั่นเอง มีบริษัทมากมายทำการตลาด ด้วยการส่งอีเมลเผยแพร่ข้อมูล หรือชักชวนให้เข้าเว็บไซต์ของบริษัท เช่น buildingthai.org หรือเว็บไซต์กลุ่ม workathome เป็นต้น ถ้าลูกค้า หรือผู้สนใจต้องการรายละเอียด ก็จะส่งอีเมลไปสอบถามได้ ลดข้อจำกัดเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย เวลา และภาษาได้มาก ถ้าต้องการความสมบูรณ์เกี่ยวกับ e-commerce สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาช่วยเหลือ ในลำปางมีอยู่หลายบริษัท เช่น cookkoo.com หรือ payaftersale.com เป็นต้น
             บริการของอีเมลมี 2 ลักษณะ คือ Pop Mail และ Web-Based Mail นักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่นิยมใช้บริการ Web-Based Mail เพราะไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ผู้ใช้สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องใด ๆ ที่เชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต แล้วใช้โปรแกรม Internet Explorer เปิดเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ เพื่ออ่านจดหมาย และตอบได้อย่างสะดวก ผู้ใช้สามารถขอใช้บริการฟรีได้จาก thaimail.com หรือ se-ed.net เป็นต้น อีกบริการหนึ่งคือ Pop Mail เหมาะสำหรับนักธุรกิจ หรือผู้ใช้ที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว สามารถใช้ Outlook หรือ Eudora เป็นต้น จุดเด่นของบริการนี้คือความรวดเร็ว เพราะโปรแกรมจะ Download อีเมลจากเครื่องบริการมาไว้ยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ขณะเขียน หรืออ่าน ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อต้องการส่ง หรือรับใหม่ จึงจะเชื่อมต่อกับเครื่องบริการเป็นครั้ง ๆ ไป บริการแบบนี้มักต้องมีค่าใช้จ่าย แต่สามารถขอใช้ฟรีได้จาก softhome.net เป็นต้น 
             บริการฟรีทุกอย่างในอินเทอร์เน็ตล้วนมีข้อจำกัด หากผู้ใช้ต้องการขยายข้อจำกัดออกไป จะต้องจ่ายค่าบริการ เพราะผู้บริการ คือนักธุรกิจที่ต้องหารายได้ เพื่อความอยู่รอด และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการขยายข้อจำกัด เพราะ 90% ของผู้ให้บริการฟรี ล้วนประกอบธุรกิจเพื่อความอยู่รอด มีเพียง 10% เท่านั้น ที่ให้บริการด้วยอุดมการณ์ และไม่หวังสิ่งตอบแทนจากผู้ใช้บริการ จึงขอขอบคุณผู้ให้บริการด้วยอุดมการณ์ทุกท่าน จากใจจริง
  

ข้อดีข้อเสียของ E-mail (อีเมล)

     * ข้อดีของอีเมล

     -ความเร็วของการส่ง E-mail ใช้เวลาในการเดินทางถึงปลายทางไม่ถึง 1 นาที ในขณะที่จดหมายธรรมดาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน

       -การเก็บรักษาความลับ E-mail ที่ส่งถึงผู้รับปลายทางจะถูกเก็บลงใน mail box ของผู้รับแต่ละคน ซึ่งผู้อื่นไม่สามารถเปิดอ่านข้อความที่ส่งไปได้ นอกจากผู้รับที่เป็นเจ้าของเท่านั้น ในขณะที่จดหมายธรรมดา หรือ Fax มีโอกาสที่จะถูกผู้อื่นเปิดอ่านก่อนถึงมือผู้รับจริงๆ ได้

 
     -ความแน่นอนของ E-mail ที่ส่งออกไป หากไม่ถึงผู้รับปลายทางก็จะถูกส่งกลับมายังผู้ส่งโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ส่งทราบว่า E-mail เดินทางถึงผู้รับหรือไม่

 
     -คุณภาพของข้อมูล ผู้รับสามารถอ่านข้อความของ E-mail ได้จากจอภาพคอมพิวเตอร์ หรือจะให้พิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็ได้

 
     -ข้อมูลที่จะส่งทาง E-mail สามารถส่งได้ทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งผู้รับสามารถเปิดอ่าน ฟัง หรือ ดูได้ในทันที


     * ข้อเสียของอีเมล

     -อีเล็คโทรนิคไม่รู้จักอลุ่มอล่วย  อย่างการส่งจดหมายของราชการถ้าส่งหลัง16.30 น.มันจะไม่ยอมรับว่าเป็นวันนั้น  การออกเลข  และการรับเลขมันจะบอกว่าเป็นวันรุ่งขึ้น                

      -เวลาระบบล่ม  รับ - ส่งเมล์ไม่ได้  เรื่องที่ควรจะเร็วกลับช้า                                        

     -ไฟล์ใหญ่  ข้อความยาว  ๆ มีเอกสารแนบเยอะ ๆ ส่งง่าย  รับยาก


 ที่มา   :  http://www.l3nr.org/posts/428622

 

 

Game Online กับการศึกษา

Game Online กับการศึกษา

                   Game Online กับการศึกษา พระมหาธราบุญ คูจินดา ได้ทำการวิจัยเรื่อง ประสิทธิผลการสอนทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนอังกฤษด้วยเกม Jeopardy พบว่า เกม Jeopardy ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่านเขียนภาษาอังกฤษได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม ผู้เรียนมีความพึงพอใจและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และได้กล่าวว่า เกมมีคุณค่าต่อการเรียนการสอนได้ดังนี้ 1. เกมเป็นสื่อที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความคล่องและความสามารถรอบตัวสูง ช่วยให้ผู้เล่นมีผลสัมฤทธิ์ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งทางด้านพุทธิศึกษา และจริยศึกษา และความสามารถด้านการวิเคราะห์ การสังเคราะห์และการประเมินค่า 2. เกมจะช่วยให้ผู้เล่นพัฒนาพลังความคิดสร้างสรรค์ได้มาก 3. เกมส่งเสริมความสามารถในการตัดสินใจ การสื่อสาร ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และเจตคติทางด้านความกระตือรือร้นที่จะฟังความเห็นผู้อื่น ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักแก้ปัญหา 4. ข้อได้เปรียบสูงสุดของวิธีสอนโดยใช้เกม คือ ความสนุก ทำให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่มีผลการเรียนไม่ค่อยดี 5. เกมส่วนใหญ่มักจะใช้พื้นฐานทางวิชาการหลาย ๆ ด้านซึ่งทำให้ผู้เล่นต้องรู้จักบูรณาการความรู้และทักษะหลาย ๆ ด้านเข้าด้วยกัน 

อ้างอิง http://narisara212.blogspot.com/2013/11/game-online.html

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร



 ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก เช่น มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสืบค้นข้อมูล หรือรับ-ส่งข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile phone) หรือโทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสารองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารนักเรียนเข้ามาใช้งานในทุกระดับชั้นขององค์กร เช่น งานด้านการบริหาร การจัดการ และการปฏิบัติการ รัฐบาลได้เห็นความสำคัญของระบบเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสาร จึงประกาศให้ปี พ.ศ.2538 เป็นปีแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศไทย มีการลงทุนเกี่ยวกับโครงการพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารเป็นจำนวนมาก เช่น มีการขยายระบบโทรศัพท์ และขยายเครือข่ายการสื่อสาร มีการสร้างระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และการสร้างระบบจัดเก็บภาษีอากรด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ดังรูป 1.1
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปใช้ในองค์กร

รูปที่ 1.1 ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปใช้ในองค์กรชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่างๆ มากมาย  ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ดังรูปที่ 1.2

1. การเรียนทางไกลผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
การเรียนทางไกลผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์

2. การสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
 การสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

3. การเบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็มจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ
การเบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็มจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารต่างๆ

4. การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล์(electronic mail: e-mail) ซึ่งเป็นการส่งข้อความถึงกันผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้รับสามารถเปิดคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านจดหมายหรือข้อความต่างๆ และสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที

การส่ง e-mail

คำว่า เทคโนโลยีสาระสนเทศ (Information Technology : IT) เรียกย่อว่า “ไอที” ประกอบด้วยคำว่า“เทคโนโลยี” และคำว่า “สารสนเทศ” นำมารวมกันเป็น“เทคโนโลยีสารสนเทศ” และคำว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology : ICT) หรือเรียกย่อว่า “ไอซีที” ประกอบด้วยคำที่มีความหมายดังนี้

• เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ในการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการหรือกระบวนการ เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคล กลุ่มคน หรือองค์กร

• สารสนเทศ (information) หมายถึง ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำข้อมูลมาผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างมีระบบ จนได้สิ่งที่เป็นประโยชน์ มีคุณค่าและสาระ หรือมีเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ใช้

รูปที่ 1.3 ระบบการสื่อสารและโทรคมนาคมที่เชื่อมโยงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วถึงกันทุกมุมโลก

• เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างหรือจัดการกับสารสนเทศอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์กร ทั้งนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม ซึ่งเป็นวิธีการที่จะส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อการแลกเปลี่ยนหรือเผยแพร่ข้อมูล และสารสนเทศได้อย่างรวดเร็วทันต่อการใช้ประโยชน์ ผ่านอุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุ โทรศัพท์ เครื่องโทรสาร คอมพิวเตอร์ คลื่นวิทยุ และดาวเทียม ดังรูป 1.3 ดังนั้นในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการสื่อสารจึงมักใช้คู่กัน

• เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับข่าวสารข้อมูล และการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์หรือประมวลผล การรับและการส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำข้อมูลกลับไปใช้ใหม่

ตัวอย่างเช่น
1. การเรียนทางไกลผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
2. การสั่งซื้อสิ้นค้าและชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
3. การเบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็ม
4. การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิสก์ หรืออีเมล(electronic mail: e-mail)

เครดิตจาก https://sites.google.com/site/kruyutsbw/khwam-hmay